Social Network
Social Network ไม่ได้ทำให้เรามีเพื่อนมากขึ้น
แต่ทำให้เรามีคนรู้จักมากขึ้น
วันนี้รู้สึกแย่กับตัวเองมาก
มีคนในFBทั้งหมดเป็นร้อย
มีคนออนอยู่เป็นสิบ
แต่ไม่มีใครที่เราคุยได้สักคน
ในที่สุดแล้ว เรา็ก็ต้องคุยกับตัวเอง ร้องไห้กับตัวเอง แก้ปัญหาด้วยตัวเอง
เราเริ่มไม่เชื่อว่าโลกนี้จะมีที่ให้เราพึ่งได้จริงๆ
ไม่สิ ไม่ควรเรียกว่าเริ่มไม่เชื่อ ควรเรียกว่า แน่ใจอย่างจริงๆจังๆ
พอถึงเวลา่ที่เราต้องการใครซักคนจริงๆ
ก็ไม่มีใครเลยที่จะอยู่ตรงนั้น
เหมือนวิ่งไปที่อุโมงค์แล้วคิดว่าเจอทางออก
แล้วมันก็ปักป้ายว่าทางตัน
ทุกวันนี้พยายามทำอะไรด้วยตัวเองทั้งหลายทั้งแหล่
ก็เพื่อหลีกหนีความรู้สึกที่ต้องพึ่งคนอื่น
ไม่ใช่หยิ่งยะโสอะไรเลย
แต่เพราะว่าเมื่อถึงเวลาจริงๆ
คนที่พึ่งได้ ก็เห็นมีแต่ตัวเองนั่นแหล่ะ
เมื่อคืนมานั่งคิดๆดูเห็นจะจริง
ที่เรานั่งเสียเวลากับSocial Network
มันไม่เคยsootheเราเลยจริงๆจังๆ
เหมือนมีเซ็กส์ทางโทรศัพท์
เราไม่ได้คุยกับเพื่อนจริงๆ
ไม่ได้กินข้าวกันจริงๆ
แล้วถึงเวลาจริงๆ ก็ไม่มีซักไหล่ให้พักได้
โลกในอินเตอร์เนทมันเริ่มจริงน้อยลง
ความสัมพันธ์ในอินเตอร์เนทก็เช่นกัน
การที่เราใส่ใจใครใคร
ก็ไม่ได้หมายความว่าจะมีใครมาใส่ใจเราอย่างจริงๆจังๆ
นั่งมองดูนิ้วชี้ที่โดนน้ำมันลวกเมื่อวาน
มันเป็นจุดเดียวกะที่โดนมีดปอกมะพร้าวบาดเมื่อตอนม.ปลาย
ตอนที่ช่วยแม่ปอกมะพร้าวทำขนมไปขายที่โรงเรียน
พอวิ่งไปบอกแม่ว่า แม่ๆ มีดบาด แม่ก็หยิบพลาสเตอร์ยาจากกระเป๋า
แล้วบอกว่า กะไว้แล้วว่าต้องโดนบาด
เป็นไม่กี่ครั้งที่เรารู้สึกพึ่งได้
เมื่อก่อน เวลาปิดเทอม พอเราเป็นไข้
แม่อยู่นอกบ้าน ไม่มีใครซักคนมาเฝ้าไข้เรา
เราต้องเดินไปหาผ้ามาเช็ดตัวเองให้หายร้อน
เอาผ้ามาห่มให้เหงื่อออกให้หายไข้
มันทำให้ตอนนี้เราเริ่มไม่แน่ใจว่า
ถึงเวลาจริงๆ เราควรเดินไปพึ่งใครคนอื่น
หรือเดินหน้าพึ่งตัวเองต่อไป
จริงๆเราพยายามไม่ร้องไห้มาอาทิตย์นึงแล้ว
แต่หนึ่งถึงสองวันนี้เป็นวันพายุสาดสำหรับเรามาก
แล้วเราก็ค้นพบว่า ไม่มีใครมารับรู้พายุสาดกับเราซักคนเดียว
ยิ้มสิ โลกจะยิ้มให้คุณ
แต่ถ้าคุณร้องไห้ เชิญร้องไปคนเดียวเถอะ
แต่ทำให้เรามีคนรู้จักมากขึ้น
วันนี้รู้สึกแย่กับตัวเองมาก
มีคนในFBทั้งหมดเป็นร้อย
มีคนออนอยู่เป็นสิบ
แต่ไม่มีใครที่เราคุยได้สักคน
ในที่สุดแล้ว เรา็ก็ต้องคุยกับตัวเอง ร้องไห้กับตัวเอง แก้ปัญหาด้วยตัวเอง
เราเริ่มไม่เชื่อว่าโลกนี้จะมีที่ให้เราพึ่งได้จริงๆ
ไม่สิ ไม่ควรเรียกว่าเริ่มไม่เชื่อ ควรเรียกว่า แน่ใจอย่างจริงๆจังๆ
พอถึงเวลา่ที่เราต้องการใครซักคนจริงๆ
ก็ไม่มีใครเลยที่จะอยู่ตรงนั้น
เหมือนวิ่งไปที่อุโมงค์แล้วคิดว่าเจอทางออก
แล้วมันก็ปักป้ายว่าทางตัน
ทุกวันนี้พยายามทำอะไรด้วยตัวเองทั้งหลายทั้งแหล่
ก็เพื่อหลีกหนีความรู้สึกที่ต้องพึ่งคนอื่น
ไม่ใช่หยิ่งยะโสอะไรเลย
แต่เพราะว่าเมื่อถึงเวลาจริงๆ
คนที่พึ่งได้ ก็เห็นมีแต่ตัวเองนั่นแหล่ะ
เมื่อคืนมานั่งคิดๆดูเห็นจะจริง
ที่เรานั่งเสียเวลากับSocial Network
มันไม่เคยsootheเราเลยจริงๆจังๆ
เหมือนมีเซ็กส์ทางโทรศัพท์
เราไม่ได้คุยกับเพื่อนจริงๆ
ไม่ได้กินข้าวกันจริงๆ
แล้วถึงเวลาจริงๆ ก็ไม่มีซักไหล่ให้พักได้
โลกในอินเตอร์เนทมันเริ่มจริงน้อยลง
ความสัมพันธ์ในอินเตอร์เนทก็เช่นกัน
การที่เราใส่ใจใครใคร
ก็ไม่ได้หมายความว่าจะมีใครมาใส่ใจเราอย่างจริงๆจังๆ
นั่งมองดูนิ้วชี้ที่โดนน้ำมันลวกเมื่อวาน
มันเป็นจุดเดียวกะที่โดนมีดปอกมะพร้าวบาดเมื่อตอนม.ปลาย
ตอนที่ช่วยแม่ปอกมะพร้าวทำขนมไปขายที่โรงเรียน
พอวิ่งไปบอกแม่ว่า แม่ๆ มีดบาด แม่ก็หยิบพลาสเตอร์ยาจากกระเป๋า
แล้วบอกว่า กะไว้แล้วว่าต้องโดนบาด
เป็นไม่กี่ครั้งที่เรารู้สึกพึ่งได้
เมื่อก่อน เวลาปิดเทอม พอเราเป็นไข้
แม่อยู่นอกบ้าน ไม่มีใครซักคนมาเฝ้าไข้เรา
เราต้องเดินไปหาผ้ามาเช็ดตัวเองให้หายร้อน
เอาผ้ามาห่มให้เหงื่อออกให้หายไข้
มันทำให้ตอนนี้เราเริ่มไม่แน่ใจว่า
ถึงเวลาจริงๆ เราควรเดินไปพึ่งใครคนอื่น
หรือเดินหน้าพึ่งตัวเองต่อไป
จริงๆเราพยายามไม่ร้องไห้มาอาทิตย์นึงแล้ว
แต่หนึ่งถึงสองวันนี้เป็นวันพายุสาดสำหรับเรามาก
แล้วเราก็ค้นพบว่า ไม่มีใครมารับรู้พายุสาดกับเราซักคนเดียว
ยิ้มสิ โลกจะยิ้มให้คุณ
แต่ถ้าคุณร้องไห้ เชิญร้องไปคนเดียวเถอะ
Advertisement
เป็นไรรึป่าววววววววว เค้าออนอยู่น๊าาาา บ่นได้ๆ
พึ่งผ่านมาเห็นว่าอัพด้วย